แม็คไกวร์ ลงมาในฐานะกองหน้าฉุกเฉินนั่นเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปัญหาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แฮรี่ แม็คไกวร์

เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามหลัง น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 0-1 และต้องการประตูเพื่อหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ครั้งที่ 13 ของฤดูกาล ผู้จัดการทีม รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) หันไปหาม้านั่งสำรอง เขาได้ถอด โจชัว เซิร์คซี (Joshua Zirkzee) – ผู้ทำได้เพียง 3 ประตูในลีกนับตั้งแต่ย้ายมาโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยค่าตัว 36.5 ล้านปอนด์เมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา – เพื่อส่ง ราสมุส โฮยลุนด์ (Rasmus Hojlund) ลงสนาม ซึ่งทำได้ 13 ประตูในลีกนับตั้งแต่ แมนยู ใช้เงิน 72 ล้านปอนด์คว้าตัวเขามาในปี 2023 ด้วยตัวเลือกในแนวรุกที่มีจำกัด อาโมริม จึงใช้วิธีที่คุ้นเคยสำหรับโค้ชในทุกระดับของเกม – ส่งคนตัวใหญ่ลงไป อย่างไรก็ตาม แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (Harry Maguire) แทบจะประสบความสำเร็จในบทบาทกองหน้าฉุกเฉิน จังหวะยิงของเขาในนาทีที่ 7 ของช่วงทดเวลาเจ็บผ่านมือ มัตซ์ เซลส์ (Matz Sels) ไปได้ แต่ถูก มูริลโล (Murillo) เพื่อนร่วมตำแหน่งกองหลังเคลียร์บอลบนเส้นประตู แฮรี่ แม็คไกวร์ สร้างโอกาสยิงเข้ากรอบมากกว่า (หนึ่งครั้ง) ใน 9 นาทีที่ลงเล่น เมื่อเทียบกับ เซิร์คซี ที่ไม่มีเลยใน 78 นาที และ โฮยลุนด์ หลังจากลงมาในครึ่งหลัง (ไม่มีเช่นกัน) ไม่มีอะไรจะแสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังของ แมนยู ได้ดีไปกว่าการที่กองหลังวัย 32 ปีกลายเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในเขตโทษของฝ่ายตรงข้าม “เราพยายามสร้างโอกาสดีๆ แต่ในจังหวะสุดท้าย การส่งบอล การจ่ายบอลขาดคุณภาพ ถ้าเราไม่มีสิ่งเหล่านั้น เราก็ทำประตูไม่ได้” อาโมริม กล่าวกับ ทีเอ็นที สปอร์ตส์ (TNT Sports) หลังจบเกม “ฤดูกาลนี้เป็นแบบนี้ เรามีโอกาสยิงประตูมากมาย เราดันคู่แข่งเข้าสู่เขตสุดท้าย แต่ในเขตสุดท้ายเรา ขาดคุณภาพ” “เรารู้จักลักษณะของทีม ฟอเรสต์ และประตูเดียวสามารถทำให้พวกเขาเข้าสู่สถานการณ์ที่พวกเขาชอบ เราต้องยิง 2 ประตูเพื่อชนะการแข่งขัน และนั่นเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดเพราะมันเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นเกม เราช่วยให้พวกเขาได้ 3 คะแนน”

 

การทำประตูเป็นปัญหาที่ชัดเจนสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด พวกเขาทำได้เพียง 37 ประตูใน 30 เกมลีกฤดูกาลนี้ 

 

และกำลังจะทำลายสถิติประตูต่ำสุดในพรีเมียร์ลีกที่ 49 ประตูซึ่งตั้งไว้ในฤดูกาล 2015-16 แต่ประตูไม่ใช่ตัวชี้วัดเพียงอย่างเดียวที่แสดงให้เห็นถึงปัญหาของ sbobetonline24 แมนยู ทีมของ อาโมริม กำลังเผชิญกับฤดูกาลพรีเมียร์ลีกที่แย่ที่สุดหรือไม่? แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) กำลังเผชิญกับหนึ่งในฤดูกาลที่ยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้งพรีเมียร์ลีก ปัญหาของ “ปีศาจแดง” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำประตู แต่ยังรวมถึงการสร้างสรรค์โอกาส การป้องกัน และความสม่ำเสมอในผลงาน ความพ่ายแพ้ล่าสุดต่อ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาลึกๆ ที่ฝังรากในทีม แมนยู ที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต เมื่อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (Harry Maguire) กองหลังตัวเก่งถูกส่งไปเล่นในตำแหน่งกองหน้าในช่วงท้ายเกม แทนที่จะเป็นเรื่องน่าขบขัน มันกลับกลายเป็นภาพสะท้อนอันน่าเศร้าของวิกฤตการณ์ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด

 

ปัญหาในแนวรุกของปิศาจแดง ดาวยิงราคาแพงแต่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพ

 

แมนฯ ยูไนเต็ด ทุ่มเงินมหาศาลไปกับกองหน้า โจชัว เซิร์คซี (Joshua Zirkzee) 36.5 ล้านปอนด์ และ ราสมุส ฮอยลุนด์ (Rasmus Hojlund) 72 ล้านปอนด์ แต่ผลตอบแทนกลับน้อยนิด เซิร์คซี ทำได้เพียง 3 ประตูในลีก ส่วน โฮยลุนด์ แม้จะทำได้ 13 ประตู แต่ยังคงไม่สม่ำเสมอและหายไปในเกมสำคัญๆ การที่ แม็คไกวร์ กองหลังวัย 32 ปี สร้างโอกาสยิงเข้ากรอบได้มากกว่ากองหน้าตัวจริงทั้งสองรวมกัน แสดงให้เห็นถึงวิกฤตในการทำประตูอย่างชัดเจน แมนยู ทำได้เพียง 37 ประตูใน 30 เกมลีก ซึ่งอาจทำให้พวกเขาจบฤดูกาลด้วยสถิติประตูต่ำสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกของสโมสร ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเสร็จสิ้นโอกาสเท่านั้น sbobetonline24 แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาส บรูโน่ แฟร์นานเดส (Bruno Fernandes) กัปตันทีมที่เคยเป็นเครื่องจักรสร้างสรรค์ ก็ดูเหมือนจะหมดไอเดียในฤดูกาลนี้ ขณะที่ปีกอย่าง อาเลฮานโดร การ์นาโช่ (Alejandro Garnacho) และ อมาด ดิอัลโล่ (Amad Diallo) ยังขาดความสม่ำเสมอ การเปลี่ยนผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลจาก เอริค เทน ฮาก (Erik ten Hag) มาเป็น รูเบน อาโมริม (Ruben Amorim) สร้างความไม่ต่อเนื่องในแผนการเล่น นักเตะต้องปรับตัวจากระบบ 4-3-3 มาเป็น 3-4-3 ซึ่งต้องใช้เวลาในการซึมซับแนวคิดใหม่ อาโมริม พยายามสร้างรูปแบบการเล่นที่เน้นการครองบอลและการกดดันสูง แต่นักเตะยังดูสับสนกับบทบาทของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างการรุกและการรับ ทำให้ทีมมักเสียประตูง่ายๆ จากความผิดพลาดเชิงยุทธวิธี “ในเขตสุดท้าย เราขาดคุณภาพ” อาโมริม ยอมรับหลังเกมกับ ฟอเรสต์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเขาเองก็ยังหาทางออกไม่เจอ ความท้าทายของเขาไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการสร้างรากฐานใหม่ทั้งหมดให้กับทีมที่ดูจะขาดเอกลักษณ์และความมั่นใจ การบริหารงานและนโยบายการซื้อนักเตะ เบื้องหลังปัญหาในสนาม คือปัญหาเชิงโครงสร้างของสโมสร นับตั้งแต่ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ (Sir Jim Ratcliffe) เข้ามาถือหุ้นส่วน แมนยู ได้ประกาศนโยบายการซื้อนักเตะที่เน้นดาวรุ่งมากกว่าซูเปอร์สตาร์ แต่การลงทุนหลายครั้งยังไม่ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า การเปลี่ยนแปลงในระดับบริหารยังส่งผลต่อความต่อเนื่องของทีม ผู้อำนวยการด้านฟุตบอลคนใหม่อย่าง แดน แอชเวิร์ธ (Dan Ashworth) ต้องใช้เวลาในการวางรากฐานระยะยาว ขณะที่ อาโมริม ต้องทำงานภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากแฟนบอลและสื่อ นอกเหนือจากการทำประตูที่น้อย แมนยู ยังมีสถิติอื่นๆ ที่น่ากังวล จำนวนความพ่ายแพ้ กำลังจะแตะ 13 นัดในลีก ซึ่งอาจเป็นสถิติใหม่สำหรับสโมสรในยุคพรีเมียร์ลีก แนวรับที่ไม่มั่นคงส่งผลให้เสียประตูในเกมสำคัญหลายครั้ง

ผลงานนอกบ้าน ชนะเพียงไม่กี่เกมเมื่อเล่นนอก โอลด์ แทรฟฟอร์ด แสดงให้เห็นถึงจิตใจที่อ่อนแอเมื่อเจอแรงกดดัน นักเตะคนสำคัญหลายคนต้องพักยาวเนื่องจากปัญหาการบาดเจ็บ ทำให้ อาโมริม ไม่สามารถจัดทีมที่ดีที่สุดได้บ่อยๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และอาจต้องผ่านความเจ็บปวดก่อนที่จะกลับมาสู่ความรุ่งโรจน์อีกครั้ง สำหรับ อาโมริม ความท้าทายไม่ใช่แค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมการชนะและการเล่นที่มีเอกลักษณ์ให้กลับมาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด อีกครั้ง ในขณะเดียวกัน แฟนบอล “ปีศาจแดง” อาจต้องปรับความคาดหวังและอดทนรอวันที่ทีมรักของพวกเขาจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง โดยหวังว่า แม็คไกวร์  ในตำแหน่งกองหน้าจะเป็นจุดต่ำสุดของยุคมืดนี้ ไม่ใช่บทใหม่ของความตกต่ำที่ยาวนาน